ความแตกต่างระหว่าง NGV กับ LPG

ไหนๆ จะติดตั้งแก๊สทั้งที เรามาทำความรู้จักและเปรียบเทียบกันดีกว่า ว่าระหว่าง แก๊ส LPG กับ แก๊ส NGV เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
(ก๊าซ LPG) แก๊ส LPG (ก๊าซ NGV) แก๊ส NGV
แหล่งก๊าซ LPG
เป็นก๊าซที่มีส่วนผสมระหว่างก๊าซโพรเพน (C3) และก๊าซบิวเทน (C4) ซึ่งจะมาจาก 3 แหล่งหลัก คือ

1. โรงแยกก๊าซ ปตท. ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตที่ 54%
2. โรงกลั่นน้ำมัน มีสัดส่วนการผลิตที่ 40%
3. โรงงานปิโตรเคมี มีสัดส่วนการผลิตที่ 6%

หมายเหตุ  การผลิต LPG มีปริมาณ 180.36 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน มาจากโรงแยกก๊าซ 96.66 ล้านกิโลกรัม จากโรงกลั่น 73.44 ล้านกิโลกรัม และจากโรงงานปิโตรเคมี 10.26 ล้านกิโลกรัม (ข้อมูลเฉลี่ย ณ สิ้นปี 2549)
แหล่งก๊าซ NGV
เป็นก๊าซที่มาจาก อ่าวไทยและนำเข้าจากประเทศพม่า ซึ่งก๊าซที่นำมาจากอ่าวไทย จะผ่านกระบวนการแยกก๊าซที่โรงแยกก๊าซ ซึ่งจะทำการแยกก๊าซที่มีไฮโดรคาร์บอน ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปออก จะเหลือเฉพาะก๊าซที่มีคาร์บอน 1 ตัว ซึ่งเรียกว่าก๊าซมีเทน และจะถูกส่งเข้าระบบท่อ เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า รองลงมาจะถูกใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และบางส่วนนำมาใช้ในภาคขนส่ง โดยนำก๊าซธรรมชาติไปอัดใส่ถังด้วยความดันสูง และนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ NGV หรือ CNG

ณ สิ้นปี 2549 ปริมาณก๊าซที่นำขึ้นจากอ่าวไทย มีปริมาณวันละประมาณ 2,225 ล้านลูกบาศก์ฟุต ผ่านขบวนการแยกก๊าซ C2 (อีเทน) C3 (โพรเพน) และ C4 (บิวเทน) ออกประมาณ 512 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือร้อยละ 23 ส่วนที่เหลือ(ซึ่งมีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก) ประมาณ 1,713 ล้านลูกบาศก์ฟุต จะถูกส่งกลับเข้าระบบท่อ

สำหรับก๊าซที่นำเข้าจากพม่า จะถูกนำมาใช้โดยตรง โดยไม่ผ่านโรงแยกก๊าซ โดยมีการนำเข้าทั้งสิ้น 865 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
คุณสมบัติ LPG
LPG เป็นก๊าซที่มีส่วนผสมระหว่างก๊าซโพรเพน (C3) และก๊าซบิวเทน (C4) ซึ่งมีคุณสมบัติที่หนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะสะสมตามพื้น เมื่อโดนประกายไฟสามารถลุกไหม้ได้

LPG เป็นก๊าซที่สามารถเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลวได้ ภายใต้ความดันตั้งแต่ 6-7 บาร์ ส่วนขีดจำกัดการติดไฟจะต่ำกว่า NGV คือประมาณ 2-9.5% โดยปริมาตร ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีปริมาณก๊าซ LPG ตั้งแต่ 2% ขึ้นไป สามารถจะลุกติดไฟได้ ส่วนอุณหภูมิติดไฟจะประมาณ 480 องศาเซลเซียส ซึ่งจะต่ำกว่าก๊าซ NGV
คุณสมบัติ NGV
NGV มีก๊าซมีเทน (C1) เป็นส่วนประกอบหลักซึ่งมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะกระจายตัวขึ้นสู่บรรยากาศโดยรวดเร็ว และจะคงสถานะของก๊าซได้ภายใต้ความดันสูง

สำหรับขีดจำกัดการติดไฟต้องมีปริมาณก๊าซตั้งแต่ 5-15% จึงจะมีโอกาสลุกติดไฟได้เมื่อมีประกายไฟเกิดขึ้น ส่วนอุณหภูมิติดไฟด้วยตัวเองจะสูงถึง 650 องศาเซลเซียส
ความปลอดภัย LPG
LPG เป็นก๊าซที่อันตรายกว่าก๊าซ NGV เนื่องจากเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะเกิดการสะสมตัวตามพื้นล่าง และสามารถลุกติดไฟได้ถ้าเกิดประกายไฟ รวมถึงขีดจำกัดการติดไฟและอุณหภูมิติดไฟต่ำกว่าก๊าซ NGV
ความปลอดภัย NGV
NGV เป็นเชื้อเพลิงที่ปลอดภัยที่สุด เมื่อเทียบกับ LPG น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่เบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดการรั่วไหลจะกระจายตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดการสะสมตัวเหมือน LPG รวมถึงขีดจำกัดการติดไฟ และอุณหภูมิติดไฟด้วยตัวเองจะสูงกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น
ระบบการจัดจ่าย LPG
LPG จะใช้การขนส่งโดยรถบรรทุกจากคลังก๊าซ แต่ละแห่ง (ปตท. มีคลังก๊าซ LPG 7 คลัง ทั่วประเทศ) ไปยังสถานีเติมก๊าซ LPG ซึ่งการขนส่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นผู้นำรถบรรทุกมาเติมก๊าซ ที่คลังเอง และรถบรรทุกที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นรถขนาด 8 ตัน
ระบบการจัดจ่าย NGV
ระบบการขนส่ง NGV จะมี 2 รูปแบบ คือ

1) ขนส่งผ่านทางระบบท่อส่งก๊าซ โดยสถานีที่ใช้การขนส่งทางระบบท่อ จะต้องเป็นสถานีที่อยู่ตามแนวท่อส่งก๊าซ ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดภาระค่าขนส่งลงได้ แต่ต้องมีการลงทุนติดตั้งระบบมิเตอร์เพื่อวัดปริมาณก๊าซ
2) ขนส่งโดยใช้รถบรรทุก ซึ่งสถานีที่ไม่อยู่ตามแนวท่อส่งก๊าซจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกหัวลาก (Trailer) และรถบรรทุกหกล้อ วิ่งขนส่ง โดยการขนส่งแต่ละเที่ยวของรถหัวลาก จะบรรทุกก๊าซได้ประมาณ 3.5 ตัน ส่วนรถบรรทุกหกล้อจะบรรทุกก๊าซได้ประมาณ 1.5 ตัน ซึ่งการขนส่งนี้รถบรรทุกจะวิ่งเติมก๊าซจากสถานีแม่ และวิ่งไปส่งที่สถานีลูก
การนำมาใช้กับเครื่องยนต์ LPG
LPG สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซลเช่นเดียวกับ NGV โดยการนำมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน จะมี 2 ระบบเช่นเดียวกับ NGV คือ

1) ระบบดูดก๊าซ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 15,000 – 28,000 บาท
2) ระบบฉีดก๊าซ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 35,000 – 43,000 บาท
ส่วนอัตราความสิ้น เปลืองเชื้อเพลิง LPG อยู่ที่ 11.1 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของการวิ่งทดสอบในเมือง, นอกเมือง และบนทางด่วน (โครงการทดสอบรถยนต์ใช้ NGV, LPG และเบนซิน โดยกรมธุรกิจพลังงาน) ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นต่อ 1 กิโลเมตร การใช้ LPG จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 0.92 บาท
การนำมาใช้กับเครื่องยนต์ NGV
NGV สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน การใช้ NGV จะแบ่งเป็น 2 ระบบคือ

1) ระบบดูดก๊าซ จะมีการทำงานคล้ายกับระบบคาร์บูเรเตอร์ ของเครื่องยนต์เบนซิน โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 38,000 – 45,000 บาท
2) ระบบฉีดก๊าซ เป็นระบบที่มี ECU ควบคุมการจ่ายก๊าซตามลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 58,000 – 65,000 บาท
ส่วนอัตราความสิ้น เปลืองเชื้อเพลิง NGV อยู่ที่ 15.26 กิโลเมตร/กิโลกรัม ซึ่งเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของการวิ่งทดสอบในเมือง, นอกเมือง และบนทางด่วน (โครงการทดสอบรถยนต์ใช้ NGV, LPG และเบนซิน โดยกรมธุรกิจพลังงาน) ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นต่อ 1 กิโลเมตร การใช้ NGV จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 0.59 บาท ทั้งนี้ NGV ประหยัดกว่า LPG ร้อยละ 35 และประหยัดกว่า แก๊สโซฮอล์ ร้อยละ 74
ราคาขาย LPG ประมาณ 11.70 บาท/ลิตร
Update 11 ก.พ.2555 05:00
ราคาขาย NGV 9 บาท/กิโลกรัม
Update 11 ก.พ.2555 05:00

หมายเหตุ
- ค่าความร้อน NGV 1 กิโลกรัม เท่ากับ 35,947 BTU, ค่าความร้อน LPG 1 ลิตร เท่ากับ 25,380 BTU
- เมื่อเปรียบเทียบราคาค่าติดตั้งและราคาขาย จะพบว่าราคาค่าติดตั้งของ NGV จะแพงกว่า LPG แต่เมื่อเทียบราคาค่าเชื้อเพลิง NGV จะถูกกว่า LPG ถึงร้อยละ 33
- ในอนาคตรถยนต์ NGV คงจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำลังพัฒนาการผลิตรถยนต์ใช้ NGV จากโรงงานออกสู่ตลาดอยู่หลายราย

ข้อมูลอ้างอิงจาก pttplc.com

ก่อนติดตั้งแก๊ส ต้องทำอย่างไรบ้าง

จะว่าไปแล้วทุกวันนี้การติดแก๊สก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร บ้างคนอาจจะเคยนำรถสุดที่รักไปติดแก๊สมาแล้วหลายต่อหลายคัน หรือว่าบ้างคนก็เพิ่งไปติดตั้งมาแบบสดๆร้อนๆ
แต่สำหรับคนที่กำลังจะติดตั้งแก๊สหรือกำคิดว่าจะติดตั้งอยู่อาจจะยังไม่รู้ หรือกำลัง งง อยู่ ว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องเริ่มตรงไหน อะไร ยังไง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

เอกสารที่ต้องใช้ในการติดตั้ง ทั้งNGV และ LPG
        -สำเนาทะเบียนรถ
        -สำเนาบัตรประชาชน
ถามว่าทำไมต้องมีเอกสาร ก็เพราะว่าเมื่อเราติดตั้งแล้ว เราก็ต้องทำให้ถูกกฎหมายด้วย โดยทางอู่ที่ติดตั้งจะออก หนังสือ ตต-09 และใบรับรองวิศวะผู้ตรวจสอบ เพื่อนำไปจดทะเบียนรถติดตั้งแก๊สที่กรมการขนส่งทางบก

จากนั้นเราก็มาตรวจสอบสภาพรถยนต์ของเราว่าพร้อมจะติดแก๊สไหม
สำหรับรถไหมหรือรถป้ายแดงก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะขึ้นชื่อว่าของใหม่อะไรๆ มันก็ดีอยู่แล้วครับ อันนี้สามารถนำรถของท่านไปติดตั้งได้เลย แต่สำหรับรถที่มีการใช้งานมาแล้วในระดับหนึ่งหรืออายุการใช้งานนานแล้ว ก็ต้องตรวจสอบสภาพกันก่อนครับโดยจุดสำคัญๆ คือ คอยล์จุดระเบิด หัวเทียน สายหัวเทียน หม้อน้ำ ท่อน้ำ กรองอากาศ

- หัวเทียน ตามปกติหัวเทียนธรรมดามีอายุการใช้งาน ตั้งแต่ 40,000 - 60,000 กม. และหัวเทียนแบบอิริเดียมจะมีอายุการใช้งานถึง 100,000 กม. หากจำไม่ได้จริงๆว่าเปลี่ยนไปเมื่อไหร่ ก็เปลี่ยนใหม่เสียเลย เพราะหัวเทียนมีผลต่อการใช้แก๊สมากครับ
- คอยล์จุดระเบิด (ignition coil) จำเป็นอย่างมากสำหรับรถยนต์ที่ใช้แก๊ส ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงใหหัวเทียนทำการจุดระเบิดได้ โดยทั่วอายุการใช้งานจะมากกว่า 150,000 กม.
- สายหัวเทียน ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้ามาที่หัวเทียนเพื่อจุดระเบิด หากเสื่อมสภาพ เช่น ชำรุด ฉนวนหุ้มกรอบแตกไฟอาจรั่วเข้าตัวรถหรือลงกราวด์ ไฟที่ไปให้หัวเทียนจุดระเบิดก็ไม่เต็มที่ อาจเกิดอาการเครื่องยนต์สะดุดโดยเฉพาะในช่วงเครื่องยนต์เดินเบา เร่งไม่ขึ้น ชะงักในจังหวะเร่งเครื่อง เพราะหัวเทียนไม่จุดระเบิดเครื่องยนต์ไม่มีแรง และกินน้ำมันมากกว่าปกติ
- กรองอากาศ  เป็นปัจจัยหลักในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ หากกรองอากาศตันจะมีผลต่อการใช้งานทั้งรถยนต์ที่เติมน้ำมันหรือใช้แก๊สก็ตาม และจะยิ่งมีปัญหาหากรถคุณเป็นระบบดูด
- หม้อน้ำ ท่อน้ำ หรือ ระบบหล่อเย็น ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ระดับน้ำ ข้อต่อ วาล์วน้ำ พัดลมหม้อน้ำ

ติดตั้งแก๊ส LPG กับ NGV อันไหนดีและต่างกันอย่างไร

ติดตั้งแก๊ส LPG กับ NGV อันไหนดีและต่างกันอย่างไร

กับคำถามยอดนิยม ติดตั้งแก๊ส LPG หรือ ติดตั้ง NGV อย่างไหนดีกว่ากัน เรามาทำความรู้จักเลยดีกว่าครับ

ก๊าซ LPG ย่อมาจาก Liquefied Petroleum Gas คือ ก๊าซหุงต้ม มีชื่อเป็นทางการว่าก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว liquefied petroleum gas เรียกย่อว่า LPG ซึ่งเป็นสารประกอบ ของ โพรเพน และบิวเพน ในอัตราส่วน 70 : 30 (Propane C3H8, Butane C4H10) ได้มาจากการแยกน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน หรือ การแยกก๊าซธรรมชาติในโรงแยก ก๊าซธรรมชาติ

ส่วนก๊าซธรรมชาติ NGV ย่อมาจาก Natural Gas Vehicle หรือจริงๆ แล้วมันแปลว่า พาหนะที่ใช้แก๊ซธรรมชาติ แต่คนเราก็เหมารวมเรียกเป็นชื่อแก๊ซไปด้วย ตัวแก๊ซจริงๆ เรียกว่า CNG ย่อมาจาก Compressed Natural Gas ก๊าซธรรมชาติที่ถูกบีบอัด หรือ LNG : Liquefied Natural Gas ก๊าซธรรมชาติในรูปของเหลว เอาเป็นว่า จะเรียกว่าอะไรก็ตามมันคือ Natural Gas ก๊าซธรรมชาติ ก็แล้วกัน มีส่วนประกอบหลักๆ คือ มีเทน (Methane CH4) ซึ่งเบากว่าอากาศแหล่งก๊าซหลักๆ ได้แก่ อ่าวไทย และท่อส่งจากพม่า

คุณสมบัติทั่วไป : 
NGV เบากว่าอากาศ จึงลอยขึ้นข้างบน
LPG หนักกว่าอากาศ จึงกองรวมกับพื้น

สีและกลิ่น : ไร้สีและกลิ่นทั้งคู่ แต่ตามมาตรฐานความปลอดภัย จึงเติมกลิ่นฉุนๆ ลงไปให้เหม็นๆ เวลาแก๊สรั่วจะได้รู้

การเผาไหม้ : เผาไหม้ได้สมบูรณ์กว่าน้ำมันทั้งคู่ จึงมีเขม่าน้อย และไม่มีสารตะกั่ว

จุดเดือด : NGV (-162) C, LPG (-50) C
จุดระเบิด : NGV 540 C, LPG 400 C

การบรรจุ :
NGV เบากว่าอากาศและระเหยง่าย ดังนั้นในการบรรจุถังจึงต้องใช้แรงดันมากกว่าถังที่ใช้บรรจุ จึงต้องใช้ถังที่ทนแรงดันสูง เมื่อเติมเต็มแล้ว ก๊าซจะมีแรงดันราวๆ ประมาณ 2200-2800 PSI หากเติมเต็มๆจะถึง 3000 PSI หรือ 200 BARต้องใช้ถังเหล็กขึ้นรูป ไม่มีตะเข็บ จะหนาราวๆ 8 มม.
(ตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE R110)

LPG หนักกว่าอากาศ และเวลาบรรจุในถัง ก๊าซหุงต้มจะควบแน่นอยู่ในรูปของเหลว ถังที่บรรจุ จึงใช้ถังที่ทนแรงดันสูงไม่มาก เมื่อเติมเต็มแล้ว ก๊าซจะมีแรงดันราวๆ 100-130 PSI หรือประมาณ 4-6 BAR ต้องใช้ถังเหล็กขึ้นรูป ไม่มีตะเข็บ จะหนาราวๆ 2.5 มม.(ตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE 67)

** แรงดันลมขนาด 4-7 BAR มักใช้ในอุปกรณ์อุตสาหกรรมทั่วไป เช่น หัวฉีดลมสำหรับเป่าฝุ่น ซึ่งถ้ามาเป่าผิวหนังจะพอให้เป็นรอยบุ่มเล็กๆ ไม่เจ็บไม่คัน

ข้อดี - ของการติดตั้งแก๊ส LPG
1. เป็นแก๊สที่เมื่อบรรจุใส่ถังแล้วใช้แรงดันต่ำ ประมาณ 100-130 PSI หรือประมาณ 4-6 BAR
2. เป็นแก๊สที่มีกลิ่นเมื่อรั่วเราก็จะรู้ได้ทันที
3. ให้ค่าความร้อนใกล้เคียงกับน้ำมันเบ็นซิน
4. อุปกรณ์ต่างๆของระบบแก๊สรับแรงดันแก๊สค่อนข้างต่ำทำให้อายุการใช้งานยาวนาน และน้ำหนักเบา
5. หาเติมง่าย LPG มีปั๊มให้เลือกเติมได้ตามสบายนับไม่ถ้วน

ข้อเสีย - ของการติดตั้งแก๊ส LPG
1. เป็นแก๊สที่มีน้ำหนักมากกว่าอากาศ เวลารั่วจะลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน หากเกิดประกายไฟจะทำให้ติดไฟได้ง่าย
2. เป็นระบบแก๊สที่ติดตั้งได้ง่ายจึงทำให้เกิดร้านติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานมากมาย จึงเกิดปัญหาหลังจากนำไปใช้งาน

ข้อดี - ของการติดตั้ง NGV , CNG
1. เป็นแก๊สที่เบากว่าอากาศ เมื่อรั่วออกมาจากถังบรรจุจะลอยตัวขึ้น
2. ปตท.เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ในการขาย NGV ปั๊มที่มีขาย NGV ส่วนมากจึงเป็นปตท. บางจากมีนิดหน่อย (ประมาณว่า ราคาจึงขึ้นอยู่กับ ปตท.)
3. เนื่องด้วยการติดตั้งที่ยาก จึงต้องมีขั้นตอนการเปิดศูนย์ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ร้านค้าที่ติดถัง NGV ต้องได้ตามมาตรฐาน ปตท.
4. ราคาถูกกว่า LPG
5. ทางรัฐบาลสนับสนุนให้ใช้ NGV

ข้อเสีย  ของการติดตั้ง NGV , CNG
1. เป็นแก๊สที่ไม่สามารถบรรจุในถังด้วยแรงดันต่ำได้ เพราะไม่ยอมเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว จึงต้องบรรจุด้วยแรงดันสูงเพื่อการใช้งานที่ได้ระยะทางเพิ่มขึ้น ถัง 90 ลิตรน้ำ วิ่งได้ประมาณ 150 กม.แรงดันที่ใช้บรรจุอยู่ที่ 3,200 PSI
2. อุปกรณ์มีน้ำหนักมาก เนื่องด้วยต้องทำให้แข็งแรงทนต่อแรงดันที่สูงได้
3. ค่าความร้อนของตัวแก๊สจะต่ำกว่าน้ำมันเบ็นซินจึงทำให้สิ้นเปลืองแก๊สมากกว่า LPG
4. ต้องการการเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ
5. หาที่เติมยากกว่า LPG (ค่าสร้างปั๊มที่สามารถเติม NGV แพงเอาเรื่อง)
6. ค่าติดตั้งของ NGV จะสูงกว่า 2 เท่า ของ LPG

**เหตุผลที่ทางรัฐบาลสนับสนุน NGV คือ ไม่อยากให้คนใช้ LPG ในการเติมรถ เพราะเดี๋ยวก๊าซหุงต้มสำหรับใช้ตามครัวเรือนไม่พอ หรือทำให้มีราคาสูงขึ้น ฟังแล้วก็พอรับได้อยู่

ติดตั้งแก๊ส LPG หรือ ติดตั้ง NGV อันไหนปลอดภัยกว่า

ถ้าได้ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานแล้ว มันก็ปลอดภัยพอๆกันแต่ถ้าเกิดในกรณีนอกเหนือความคาดหมายเช่นการรั่ว การแตก และมีแหล่งไฟใกล้เคียง อันไหนก็แย่พอกัน
ถ้าโดนชนหรือกระแทกในความเร็วเท่ากัน LPG ย่อมมีโอกาสรั่วสูงกว่า แต่ถ้าขนาดนั้น แต่โอกาสที่ชนแล้วทำให้ถังรั่วได้นั้น คนนั่งคงตายก่อนไปแล้วล่ะ

สำหรับ ถัง LPG ที่ได้มาตรฐาน จะมีวาลป์ควบคุม หากความดันภายในสูงกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งเนื่องมาจากการติดไฟของถังภายนอก และก๊าซมันขยายตัววาลป์จะค่อยๆปล่อยก๊าซออกมา เพื่อลดแรงดัน
ไม่ให้ก๊าซในถังเกิดการระเบิด ซึ่งกว่าจะปล่อยหมด จะกินเวลาราวๆ 15 นาทีทำให้ตัวไฟ จะลุกไหม้อยู่ในส่วนถังเท่านั้น และถังไม่ระเบิด

(ราคา NGV 8.50 บาท LPG 11.11-11.80 บาท)
แต่ LPG เติมเต็มถังวิ่งได้ประมาณ 350-450 กิโล ส่วน NGV เติมเต็มถังวิ่งได้ประมาณ 150 กิโล ต้องเติมบ่อยกว่า

ข้อดี - ข้อเสีย ของเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง



ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
bangchak.co.th, ellebazi.exteen.com, gasthai.com, pttplc.com, topboosters.net, weekendhobby.com